ประกาศไว้เสียตั้งแต่บรรทัดแรก
บล็อกเอ็นทรี่นี้ที่ห่างหายไปเสียนาน มีมูลค่าสามร้อยบาทถ้วน!
เนื่องจากโดนใบสั่งของคุณพี่จราจร เขาแจ้งว่าข้าพเจ้าไปจอดในเขตห้ามจอด
หน้าร้านมนต์นมสด ข้างศาลาว่าการกทม. เยื้องไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
นึกอยากกินโจ้ก จึงสนองตันหาด้วยการพากันไปกินร้านเจ๊หงส์ข้างร้านมนต์ฯ
เป็นโจ้กรสชาติโอเค แต่ดีที่บรรยากาศด้านในร้านซึ่งแฝงอยู่หลังตึก
เงียบ เป็นส่วนตัว และน่ากลัวจะมีแมลงสาป (ซึ่งก็ไม่เห็นนะ)
กินโจ้กอิ่ม ซื้อนมเสร็จเรียบร้อย เดินกลับไปที่รถ
ระหว่างทางก็เห็นว่ารถแต่ละคันไม่จำกัดยี่ห้อล้วนมี สคส. แปะอยู่
เป็นใบใหญ่หนึ่งใบ ใบเล็กหนึ่งใบ ลุ้นอยู่ว่าเราจะมีวาสนากับเขาไหมนะ
สคส.ย่อมาจากอะไรไม่รู้ แต่ส่วนใหญ่จะเซอร์ไพร์สเมื่อได้รับ
ก่อนจะเห็นใบสั่ง ก็พบว่ารถโดนล็อกล้อไปเรียบร้อย…
แน่นอนว่าเป็นใบสั่งแบบเว้นช่องราคาค่าปรับเอาไว้
เพราะอะไร? ติดตามย่อหน้าล่าง
ไม่ค่อยเซ็งเท่าไร อาจเพราะอากาศไม่ร้อน และรู้สึกสมองเพี้ยนมาตั้งแต่เย็น
เดินไปถามคุณพี่ตำรวจที่กำลังไขล็อกให้รถอีกคัน
แกบอกว่าให้ไปสน.สำราญราษฏร์ ไม่ไกล เดินไปก็ได้ หรือไม่ก็นั่งสามล้อ
เสียค่าปรับไม่เกินสามร้อยบาทนะครับ แกบอกก่อนจะเดินจากกัน
ระหว่างนั้นก็ได้ยินไอ้หนุ่มเจ้าของรถคนหนึ่งกำลังรบเร้าให้พี่แกไขล้อให้
คนแก่ข้างๆ บอกว่า ก็ให้มันไปร้อยนึง เดี๋ยวมันก็ปล่อยเอง
ข้าพเจ้าไม่ใส่ใจ จ่ายก็ได้ เพราะเกิดมายังไม่เคยขึ้นสน. ถือซะว่าเป็นค่าตั๋ว
สน.สำราญราษฏร์ อยู่ไกลจากร้านมนต์นมสดสี่สิบบาทรถสามล้อ
ซึ่งเป็นราคาที่แพงเกินจริง เพราะเดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว ไม่รู้จะฟันกูไปถึงไหน
เห็นกูเป็นฝรั่งหรืออย่างไร เบื่อกับไอ้พวกหากินกับความไม่รู้ของคน
อย่าให้มาถามทางไปคิโนคุนิยะสาขาเซ็นทรัลเวิลด์บ้าง กูจะชี้ให้เดินรอบสามย่าน
ทางเข้าสน.สำราญราษฏร์ เปลี่ยวเกินจะเป็นสถานีตำรวจ
ข้าพเจ้าไปกับแฟน ในแว้ปแรกกลัวเธอถูกทำร้ายจากกลุ่มจิ๊กโก๋
แต่คิดอีกที อ้าว! กูมาสถานีตำรวจนี่
ด้านในห้องจราจรที่จำชื่อเต็มไม่ได้ คุณพี่ตำรวจนั่งโต๊ะจังก้าตรงหน้าประตู
ข้าพเจ้าชูใบสั่งให้ดู ทั้งใบเล็ก-ใบใหญ่ ท่านเหมือนรู้งาน หยิบใบเสร็จรับเงินเตรียมทันที
ถามเขาว่า จริงๆ แล้วถ้าจะให้รอดจากการล็อกล้อ ต้องจอดตรงไหนครับ
พี่แกบอกว่า ตรงนั้นจอดได้หลังห้าทุ่มเป็นต้นไปนะครับ
ส่วนฝั่งตรงข้าม ห้ามจอดตลอดเวลานะครับ
แล้วคนจะไปกินร้านมนต์ฯ จะจอดตรงไหน ห้าทุ่มร้านก็ปิดแล้วนี่นะครับ?
จอดในซอยครับ ตรงแถวศาลเจ้าพ่อเสือไงครับ (อืมม์ ไกลไปไหม)
แล้วไอ้ที่บอกว่าห้ามจอดตลอดเวลา ข้าพเจ้าก็เคยไปจอดอยู่ตั้งหลายครั้ง ทำไมรอด
มาตรฐานอยู่ที่ไหน? อันนี้ไม่ได้ถาม เพราะกลัวจะโดนจิ๊กโก๋ทำร้าย
ยักไหล่ไปทีนึง ถูกถามถึงใบขับขี่ที่ยังไม่มี หลอกไปว่าอยู่ในรถ (อย่าทำตาม)
จึงให้บัตรประชาชนไปแทน พะวังนั้นยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยอยู่ดี กลัวถูกยึดไป
เจ็ดร้อยบาท-พี่แกแจ้งยอดค่าใช้บริการ
สะดุ้งในใจระดับเจ็ดริตเตอร์ (!!!!)
แต่ว่าพี่ตรงโน้นเขาบอกว่าสามร้อยนะครับ? แกถามสวนว่าจริงเรอะ?
คิดในใจว่ากูจะหลอกมึงทำไม ทั้งที่อยากจะหลอกจะตายให้ห่ากิน…
แต่แกก็ไม่อิดออด สามร้อยก็สามร้อย จ่ายแบงก์ห้าร้อย ได้ทอนมาสอง
ก็เงินจากกระเป๋าพี่เขาเองนั่นแล
แหม เกือบได้กำไร – แกว่า
ข้าพเจ้ายิ้มเย้ย ก่อนจะเซ็นชื่อลงในช่องผู้ต้องหา
(…)
คลายข้อสงสัยไปนิด ว่าทำไมช่องราคาจึงต้องถูกเว้นไว้
ไม่ใช่เอาไว้เป็นช่องว่างในการยืดหยุ่นความเมตตาของพวกพี่ท่านเป็นชัวร์
เคยถูกใบสั่งหนึ่งครั้ง และข้าพเจ้าไม่นิยมการถูกจับเป็นผู้ต้องหาต่อเนื่อง
พยายามหาทางชำระค่าปรับโดยไม่ต้องถ่อสังขารไปถึงสน.ทองหล่อ
ใบสั่งกำกับเอาไว้ว่าสามารถจ่ายทางธนาณัติได้ สะดวกจริง ข้าพเจ้าสะดวกใจ
แต่ไม่มีจำนวนเงินค่าปรับ… จะให้จ่ายยังไง? ไม่ใช่ทำบุญนี่นะ
ทำใจเอาไว้ว่าตอนที่เอารถไปต่อภาษี ก็คงต้องโดนปรับ
เดี๋ยวนี้อะไรก็เข้าระบบคอมฯ ประวัติของรถเราก็คงจะถูกคีย์เข้าไปส่วนกลางเรียบร้อย
นายณัฐชนน เจ้าไม่มีทางรอดจากการจอดรถในซอยเปลี่ยวแน่นอน!
เอาเถอะ เงินค่าปรับเหล่านั้นก็คงกลายเป็นประโยชน์แผ่นดินบ้าง ช่วยไม่ได้ กูผิดนี่นะ
แต่สุดท้ายในประวัติคอมฯ ก็ไม่มี ข้าพเจ้าต่อภาษีรถได้โดยที่ไม่เคยติดคดีใด
… ปล่อยให้ผู้ต้องหาทำผิดโดยไม่รับโทษได้ยังไง? แล้วใบสั่งนั่นเป็นแค่เยื่อไม้ไร้ประโยชน์
โอเค.ต้องไปสน. โอเค.เงินต้องถึงมือเขา โอเค.หลังจากนั้นก็ไม่รู้จะยังไง
ได้แต่ถอนใจ ดีใจนิดหน่อยที่ไม่ต้องจ่ายเงินหลายร้อย
คิดไป ก็ต้องโทษระบบราชการ ที่กดขี่ให้มนุษย์นิสัยเสีย โดยเฉพาะพี่หัวปิงปอง
ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกเขารู้จักพอแน่ หากได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีพอ
จะไปกล่าวโทษว่าละโมบไม่ได้ จงโทษระบบที่เหนือกว่า โลภกว่าจนน่าเตะข้อพับและยันคอ
เดินกลับมาจากสน.สำราญราษฏร์ รถไม่ต่ำกว่าห้าคันถูกจองจำ
ป้าคนหนึ่งต่างบอกเตือนคันที่จะมาจอดว่าอย่าจอดเลย เดี๋ยวโดนล็อกล้อ
บอกป้าไปว่าเสียค่าปรับแค่สามร้อยก็พอนะ แกรีบโทรไปบอกฝ่ายที่กำลังไป สน.
ส่วนลุงอีกคนบอกว่า เพิ่งเสียไปห้าร้อย
ข้าพเจ้าได้แต่ ยักไหล่-ยักไหล่
เดินจนถึงรถ พบว่าล้อไม่โดนล็อกแล้ว
งี้ล่ะ เมื่อมีเงิน อะไรก็ไหลลื่น เดินสะดวก
ขับรถออกมาจากตรงนั้นพบว่าวันนี้รถไม่ติดเท่าไหร่
อาหารมื้อเมื่อครู่รสยังอยู่คาลิ้น โจ้กอร่อย แต่มื้อนี้แพงเป็นบ้า
ขอบคุณกฎหมายห่วยๆ มาตรฐานห่วยๆ
ที่ทำให้ข้าพเจ้าสะเพร่าในการจอดรถ และมองข้ามกฎหมายไป
บอกเธอว่าไม่เป็นไร ถือซะว่ามากินข้าว-เดินเล่น
เรายังไม่เคยจูงมือเดินเรื่อยเปื่อยแถวศาลาว่าการฯ กันเลยนี่นา
เรายังไม่เคยขึ้นสน.พร้อมกัน ไม่เคยถูกโกงค่ารถสามล้อด้วยกัน
ยังไม่เคยบอกรักกันข้างๆ แก๊งจักรยานน่ากลัวๆ กันเลย
ถือว่าคุ้มค่าเงิน
เอาล่ะ ทีหน้าทีหลังถ้าจะจอดในที่ห้ามจอด
มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากแนะนำ
กรุณาไปจอดในที่ที่ยังไม่เคยไป
ใบสั่งมันสอน
: )

เยี่ยมไปเลย อย่างนี้ต้องขอไปเผยแพร่แล้ว ขอบคุณมาก ๆ น่ะค่ะ
เรียกใบสั่งนิรนาม จ่ายตามใจพี่ดีไหม
เฮ้อ..ขอบคุณเรื่องราวดีดีที่นำมาแบ่งปันค่ะ