จากเหตุการณ์ปลาทองจอมเขมือบที่กินปลานีออนไปหมดฝูง รวมถึงกุ้งเชอรี่หลายตัว พบว่าสรุปกูจะไม่สามารถเลี้ยงปลาหรืออะไรที่ตัวเล็กเล็กเอาไว้กุ๊กกิ๊กในตู้ไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม ทั้งที่ปลาตัวใหญ่ก็ไม่ได้จะน่ารักสักเท่าไร ทำไมไม่ทำตัวดีดี (วะ!?) หงุดหงิด-หงุดหงิด แล้วก็พบว่าปลาทองหน้าตาน่ารัก บ๊องแบ๊ว ทำเหลอหลาไม่รู้เรื่อง ช่างรู้หน้าไม่รู้ใจ มองภายนอกเป็นปลาอ่อนแอ ปวกเปียก ไม่สู้คน (ที่จริงคือไม่สู้ปลา) โดนปลาเทวดากลั่นแกล้ง ส่งสายตาวิงวอนว่าหิวอาหารตลอดเวลาทั้งที่เพิ่งให้ไป ท่วงท่าว่ายน้ำชักช้าเหมือนเด็กออทิสติกตัวอ้วนใส่แว่นน่าสงสาร ที่แท้จริงมันคือฆาตก๊อนนน-น-น- (เสียงสู๊ง) ฮือ สงสารปลานีออน และกุ้งเชอรี่ เอาไว้จะซื้อกุ้งเครมาเลี้ยง กินมันให้หมดตู้เลย! ไอ้สัตว์น้ำเอ๊ยยย!! *** ** * ข้างต้นเป็นประโยคความรู้สึกที่อยู่ในก้นบึ้งจิตใจครับ… อันที่จริงผมก็สงสารไอ้ปลาในตู้นี่ทุกตัว มนุษย์เรามันโรคจิตเองที่อุตริเอาสิ่งมีชีวิตมาใส่กรง คงเป็นเพราะความรู้สึกมีอำนาจควบคุม สั่งการ เป็นเจ้าชีวิต ที่ฝังอยู่ในซอกจิต ถึงบางคนจะบอกว่า ชอบ ก็เลยเอามาเลี้ยง มาดูแล ผิดตรงไหน จัดตู้สวยสวยก็เหมือนธรรมชาติ อาหารก็จัดให้อย่างสมบูรณ์ อยู่ตามธรรมชาติมันอาจอดอยากกว่านี้ก็ได้ แล้วมันก็คงไม่ใช่ปลานีโมที่อยากจะออกท่องโลก ว่ายแทยงสายน้ำขึ้นไปเที่ยวตามภูตามดอย มันก็อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มันเกิด ในขณะเดียวกันพวกมันก็เกิดในฟาร์มเลี้ยง-ตู้เลี้ยง จะต่างอะไรกับอยู่ในตู้—ไม่ต้องว่าใคร นี่ละความคิดของผม แต่ฝ่ายซ้ายของสมองมันก็เถียงว่า ลองเป็นมึงสิ ไอ้แบงค์-ลองเป็นมึง อยู่ในอาคารบ้านพักจัดที่ทางเหมือนบ้านคนปกติ มีคนเอาอาหารสมบูรณ์พูนผล [...]
Posts Tagged ‘ปลาทอง’
บทเรียนจากโศกนาฏกรรมนีออน 5 ศพ
Posted in ความสัตว์จริง, tagged ปลาทอง on 01/11/2009 | Leave a Comment »
