ช่วงนี้กราฟของบล็อกพุ่งลงต่ำ พอย้อนกลับไปอ่านความตั้งใจเมื่อตอนต้นปีก็เขินเขิน หาเรื่องอะไรมาอัพเสียบ้างดีกว่า-อะไรที่ไม่ใช่ข้ออ้าง … ช่วงนี้ยุงระบาดครับ ผมกับเครื่องช็อตยุงรูปพัดปีศาจวัวที่บ้านก็เลยสนิทกันเป็นพิเศษ ชาร์ตแล้วชาร์ตอีก ตีกันจนแบตหมดก็ยังไม่หมดเสียที เฉลี่ยแล้ววันวันหนึ่งผมคร่าชีวิตยุงไปนับร้อย เห็นมันตายด้วยไฟฟ้า ถูกช็อตจนไฟลุกท่ามร่างก็สงสารขึ้นมา ถามย่าว่า-บาปไหม ถ้าฆ่ายุง ย่าตอบว่า-ไม่หรอก เพราะมันมากัดเราก่อน ผมก็เลยตีต่อไปเรื่อย ยุงตายลงเรื่อยเรื่อย นึกถึงที่พ่อบอกเมื่อหลายเดือนก่อน บอกว่าการฆ่ายุงเป็นการช่วยเหลือมัน บาปไหม ก็อาจจะน้อยหน่อย แต่ได้บุญด้วยนะ เพราะการที่มันมีวงจรอายุสั้น ก็ถือว่าเราช่วยให้มันพ้นทุกข์ไวขึ้น ผมฟังไปงงไป … ตำราไหน หมายความว่ายังไง… ความบาปมันตัดทอนลดหลั่นกันได้ตามวงจรชีวิตยาวหรือสั้นอย่างนั้นหรือ หมายความว่าถ้าเทียบกันตามอัตราส่วน เราสามารถฆ่าคนด้วยกันได้ถ้าผู้จะตายมีอายุเทียบเท่าตามสัดส่วนอายุเจ็ดวันของยุง หรือฆ่าคนแก่ไม่บาป…งง ไม่รู้ว่าพระคุณเจ้าองค์ไหนสร้างกุศโลบายข้อนี้ไว้ แต่ผมง๊ง-งง มือก็หวดยุงดังเป๊าะ แป๊ะ ไปเรื่อย ยุงก็ไหม้ตายบ้าง ลงไปนอนหมุนเป็นบีบอยบ้าง หันไปถามย่า-แต่เราก็ไปฆ่ามันนี่ย่า เราก็ไปเบียดเบียนมันเหมือนกัน ย่าผมนั่งเงียบ ดูโทรทัศน์ต่อไปตามประสา การที่เราถูกยุงกัด เจตนาของมันก็อาจจะบริสุทธิ์มากก็ได้ “นี่ พวกมึง หวังจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกกูเหรอ! เอามาลาเรียไปแดก!” “นี่ มึงฆ่าพ่อกู กูรอจนร่างโตเต็มวัยมาสี่วัน มึงตายย ย ยย!!” [...]
Posts Tagged ‘ยุง’
อย่า อยู่ อย่าง ยุง
Posted in ความสัตว์จริง, tagged ยุง on 27/02/2009 | 9 Comments »
ผมกับยุงและลุงคนขับรถ
Posted in ความสัตว์จริง, tagged ยุง, รถซูบารุ on 12/02/2009 | 1 Comment »
เมื่อวานเกือบเที่ยงคืนผมเดินไปขึ้นรถซูบารุ (เอ่อ…อันเดียวกับรถป๊อกป๊อก, รถกะป๊อ, ระกระป๋อง) ผมเป็นผู้โดยสารคนแรกบนรถคันสุดท้ายของวัน ไฟปิดมืดสนิททั่วบริเวณ แม้กระทั่งไฟกลางตัวถังโดยสาร เหมาะกับการเป็นรอบสุดท้าย อะไรที่อยู่สุดท้ายแสงไฟมักอ่อนแรงเสมอ ผมเลือกนั่งเบาะด้านหลัง ยืดแข้งยืดขาด้วยความสบายกาย ลุงคนขับกำลังปอกส้มกินด้วยความสบายใจ 23.11 น. เพราะมืด… ผมถึงไม่สามารถหยิบหนังสือหรือเอาอะไรจากกระเป๋ามาอ่านมานั่งเล่นได้ ทำได้แค่เหลียวซ้ายมองขวาชื่นชมธรรมชาติยามดึกดื่นไปเรื่อย รถเมล์ที่วิ่งเร็วจนลืมว่าต้องจอดที่สถานี รถขนเนื้อสัตว์ที่เพิ่งจอดส่งของที่ตลาด ผมเพิ่งเดินผ่านมา เหม็นและน่ากลัวน่าดู (จริงแล้วไม่น่าดูหรอก) รถแท็กซี่ที่เริ่มซาคน ไฟแดงจุดเล็กเล็กตรงหน้ากระจกนั่นยังมีความหวังแบบเหงาเหงา รถซาเล้งที่เพิ่งออกรอบมาทำงาน คนขับลงจากรถเป็นระยะเมื่อถึงกองขยะ ขวดไร้ค่าบางชิ้นยังมีมูลค่า ความว่างของถนนบางช่วงเวลาที่ชวนคิดว่าถ้ากรุงเทพฯ หน้าโชคชัยสี่นี่ร้างลงคงน่ากลัวเกินไป แม้กับผมที่อยู่กับมันมาเกือบตลอดชีวิตยังอดหวั่นหวั่นไม่ได้ ท่าทางจะดูหนังซอมบี้ผีดิบมากไปหน่อย… 23.17 น. เด็กมัธยมปลายหัวเกรียนเดินมาแต่ไกล ่เขาในชุดฟุตบอลเดินขึ้นมายบนรถเป็นผู้โดยสารคนที่สอง ผมจำได้ว่าตอนเรียนก็ขยันเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนจนดึกดื่นแบบนี้เหมือนกัน ตอนนี้กิจกรรมแบบนั้นได้ห่างหายออกไปจากชีวิต จนน่ากลัวว่าแม้พยายามแค่ไหนก็คงไม่สามารถกู้กลับมาได้โดยง่าย ในมือของเจ้าเด็กนี่ถือตำราเรียนเล่มหนา สภาพยับและเยิน ไม่รู้ว่าที่มันพังขนาดนี้พราะว่าเจ้าของมันเปิดอ่านบ่อยมากหรือเพราะเอาไปทิ้งไว้ที่สนามบอล ธรรมดา, เกรดการเรียนไม่สำคัญไปกว่าจำนวนประตูที่ทำได้ในงานกีฬาสี-ผมเองก็เคยเป็น ยุงเริ่มมาบินตอมเราสองคน จากที่บินวุ่นวายกับผมคนเดียวมาหลายนาที 23.20 น. ป้าคนหนึ่งลงจากรถเมล์แล้วเดินตรงมาที่รถซูบารุเที่ยวสุดท้าย ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับถูกจับจองไปอย่างรวดเร็ว ยุงยังคงไต่ตอมรุมจิกกัดผมกับเจ้าเด็กนี่อยู่ไม่ห่าง กระเป๋าผ้าสีดำของผมยิ่งทำให้รู้สึกว่าพวกมันเยอะขึ้นเป็นทวีคูณ จะตบไปแรงแรงก็ไม่ค่อยกล้า อายเด็ก แต่ไอ้เด็กไม่อายผม มันตบซ้ายตบขวา [...]
